หนุ่มโรงงานโคตรช้ำ เสียเมียให้ทอม แถมโดนเหยียดหยาม มีเงินล้านค่อยฟ้องนะมึง!!

หนุ่มโรงงานโคตรช้ำ เสียเมียให้ทอม แถมโดนเหยียดหยาม มีเงินล้านค่อยฟ้องนะมึง!!


กรณีหนุ่มรายหนึ่งแต่งงานอยู่กินกับภรรยา จดทะเบียนสมรส 14 ปี มีลูก 3 คน วันหนึ่งจับได้ว่าฝ่ายภรรยาน่าจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับ LGBTQ จนทำให้ครอบครัวพัง ถูก LGBTQ ใช้ข้อความเหยียดหยามต่างๆ นานา

รายการโหนกระแส วันที่ 11 พ ก.พ.69 “หมวย อริสรา” ดำเนินรายการแทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 สัมภาษณ์ อุดร ผู้เสียหายมาพร้อม ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือทนายเมียหลวง

รู้จักภรรยาได้ไง?
อุดร : รู้จักปี 2553 ช่วงนั้นมีเพื่อนติดต่อให้ ผมอยู่พัทยา เขาทำงานอยู่ประตูน้ำ เราก็โทรคุยกัน นัดพบกันตั้งแต่ปี 54 และมาจดทะเบียนปี 57 มีบุตรคนแรกปี 58 ใช้ชีวิตเป็นหนุ่มสาวโรงงานเก็บหอมรอมริบด้วยกัน จนปี 62 ได้ลูกแฝดคนเล็กมาก็เลยให้ภรรยากลับไปอยู่บ้าน ภรรยาผมมีลูกกับสามีเก่าคนนึง เป็นคนโต พอเขาคลอดปุ๊บผมก็ให้ไปอยู่บ้าน อีกหนึ่งปีผมก็ลาออกจากงานไปอยู่อุบลฯ ตอนแต่งงานกำลังท้องลูกคนที่ 1 มีสินสอด เงิน 5 หมื่น ทอง 1 บาท
เป็นการผูกแขนเฉยๆ ไม่ได้จัดงานใหญ่โต ผูกแขนธรรมดา

ระหว่างปลายปี 53 ก่อนตกลงให้สินสอด จดทะเบียน ความสัมพันธ์เป็นยังไง?
อุดร : ก็ดีครับ เหมือนช่วงโปรโมชั่น เขาเป็นคนดีคนนึงเลย ดูแลผมดีมาก เป็นผมด้วยซ้ำที่เอาแต่ใจ เขาเป็นคนตามใจผมด้วยซ้ำ ตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เราก็รักกันดี ตอนตกลงคบกัน ผมขึ้นมากรุงเทพฯ
แล้วตกลงกันว่าไปอยู่บ้านผมก่อนดีกว่า ที่บุรีรัมย์ ประมาณเดือนสองเดือนก็ขึ้นมาทำงานกับพี่สาวเขาที่สระบุรี ทำงานโรงงานนี่แหละครับ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

ภรรยาดูแลดียังไง?

อุดร : เขาทำกับข้าวเก่ง ซัปพอร์ตผมทุกอย่าง เรื่องในบ้านเขาดูแลเรียบร้อย

เงินทองที่หาได้ ให้เขาหมดเลยมั้ย?
อุดร : ผมเป็นคนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ส่วนมากก็ให้ภรรยาหมด

นิสัยตัวเองเป็นยังไง?
อุดร : ผมค่อนข้างเอาแต่ใจ อารมณ์ร้อน คิดมากนิดนึง ช่วงแรกทะเลาะบ้าง ไม่ค่อยบ่อย ส่วนมากเป็นเรื่องหึงหวง เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ เป็นคนคุยดี หน้าตาดี ทะเลาะส่วนมากคือหึงหวง บางทีก็อาจทำให้เขาอึดอัดมั้ง

มีหนุ่มๆ เข้ามาคุยกับภรรยามั้ย?
อุดร : ไม่ค่อยมีเรื่องชู้สาว แต่หลังจากมีลูกแฝด ก็เห็นคนส่งข้อความมาให้ บางครั้งเขาก็บอกว่าผมคิดมากไป

ข้อความส่งมาทำนองไหน?
อุดร : เป็นสติ๊กเกอร์ ที่ทะเลาะกันเลย แล้วก็คอมเมนต์ธรรมดา แต่ก่อนผมดูโทรศัพท์เขา แต่ก่อนให้ดูตอนอยู่บ้าน แต่หลังจากทะเลาะกัน ก็ไม่ได้ดูอีกเลย ตอนลูกแฝดก็ไม่มีอะไร ใช้ชีวิตทะเลาะบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นมีมือที่สามหรืออะไร ที่หนักเลยคือปี 68 บางทีเขาชอบไปหาปู หาปลาหาเห็ด ทะเลาะกันแรกๆ หายไปค้างคืนที่อื่น พอดึกๆ ผมโทรไปเขาก็ไม่รับ ตื่นเช้ามาก็ทะเลาะกัน

ทำไมไม่ออกไปหาปู หาเห็ดกับเขา?
อุดร : ผมหาไม่เป็น จะมองว่าผมขี้เกียจก็ได้ ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 18 ไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ ผมเอาลูกนอน ก็เลยไม่ได้ไป แต่บางครั้งผมก็สงสัยผมขอไปด้วยเขาก็ไม่ให้ไป

ออกไปหาเห็ดกับใคร?

อุดร : ส่วนมากเขาไปคนเดียว บอกว่าไปหาเพื่อนที่หมู่บ้านนึง แล้วค่อยไปหา ผมโทรไปก็ไม่รับ ผมอยู่บ้านแฟน อยู่อุบลฯ ครับ ตอนนี้อยู่กับแฟน ที่หนักๆ คือเขายกเลิกกิจการ เลยจ้างพนักงานออก ผมก็ได้ไปอยู่บ้าน ผมมีนิสัยติดดื่ม

ทนายพัฒน์ : ตอนไปอยู่อุบลฯ กับเขาไม่ได้ทำงาน

อุดร : ใช่ครับ แต่มีเงินก้อนนึงให้เขาไว้ใช้จ่าย เป็นเงินโดนจ้างออกเขามองผมเป็นคนติดดื่ม ไม่ออกไปหากินช่วยเขา อันนี้ก็ยอมรับ ผมไม่ได้บอกว่าผมดีนะ ผมยอมรับในทางไม่ดี มาทะเลาะกันอีก เขาไปหากินนี่แหละ กลับมาเช้า ผมโทรไม่ติด ตอนนั้นน่าจะขายข้าวโพดหรือเปล่าไม่รู้ ทะเลาะกัน เขาร้องไห้ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เขาถามว่าเธอจะไปทำล้งทุเรียนกับฉันมั้ย ผมบอกว่าไม่ มาทำงานปราจีนฯ ดีกว่า ผมไปซื้อตั๋วรถ เขาก็มาส่งผมกับลูก ตอนนั้นคุยกันปกติ จนผมทำงานได้เดือนนึง โรงงานที่ปราจีนฯ ก็ยกเลิกกิจการอีกครั้งนึง ผมเลยคุยกับเขาว่าฉันไปทำงานกับเธอได้มั้ย ที่ล้งทุเรียนเขาไปทำกับคนในหมู่บ้าน ทำเดือนสองเดือน พอถึงหน้านาก็กลับมาทำนา คนในหมู่บ้านไปกันเยอะที่จันทบุรี
ผมบอกไปทำด้วยได้มั้ย เขาบอกไม่ต้องมา ทำไม่ได้หรอก เป็นคนใจร้อน งานหนักไม่เหมาะกับเธอ เธอทำงานโรงงานดีกว่า คนในหมู่บ้านเขากลับ แต่แฟนผมไม่กลับ เขาไปต่อโดยไม่รู้ว่าไปกับใคร ถึงเวลาทำนา คนอื่นกลับมา
แต่แฟนผมไม่มา เขาไปทำทุเรียนต่อ ตอนแรกน่าจะไปจันฯ แล้วลงใต้ ไปชุมพร ตอนนั้นทะเลาะกัน เขาบล็อกผมแล้ว ผมไปส่องทางติ๊กต๊อกเขาเฉยๆ ตอนผมขอไป ทะเลาะกัน เพราะเขาไม่ให้ผมไปนั่นแหละ เขาก็เลยบล็อกผม

เริ่มเอะใจมั้ย?
อุดร : ยังนะ ผมคิวด่าแค่ทะเลาะกันเฉยๆ เป็นเรื่องปกติ เขาทะเลาะแล้วบล็อกเป็นประจำ ตั้งแต่ทำทุเรียน เขาน่าจะไปปลายเม.ย.ปี 68 ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย พอทะเลาะกันผมก็ทำไลน์ใหม่ไปคุยกับเขา แต่เรื่องมือที่สามตอนไปทำทุเรียนก็มีบ้าง เพราะห่างไกล มีบุคคลนึงที่ผมสงสัย ไปดูทางติ๊กต๊อกเหมือนกัน แต่มีคนเป็นเพื่อนเขาบอกว่าคนนี้สนใจเมียเธออยู่นะ ผมก็ไปส่อง เห็นเขากดถูกใจกัน ผมก็ถามแฟนทางติ๊กต๊อกว่าเป็นใคร ถามบ่อยๆเขาก็บล็อกติ๊กต๊อกผม แต่ไม่บล็อกคนนั้น ผมก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าเขาน่าจะมีคนใหม่

ยังไงต่อ?
อุดร : ผมก็สร้างไลน์ใหม่ติดต่อภรรยา ก็ติดต่อได้ เขาตอบคำเดิมว่าไม่มีอะไร ก็เคลียร์จบไป ภรรยาผมกลับมาเลือกผู้ใหญ่บ้านพอดี ผมขึ้นมาอยุธยาแล้ว เหมือนเขารู้ว่าผมขึ้นมา เขาก็จะลง เขาไปทำบ้านน่าจะอาทิตย์นึง
อันนั้นคุยกันดีแล้วนะ ถามว่าคุณจะขึ้นมาทำงานกับผมมั้ย เขาบอกไม่ จะไปทำงานกับเพื่อน แถว 304 คุยกันปกติ แต่ที่ไหนได้ เขาโกหกผม เขาลงไปชุมพร ไปทำงานที่ร้านอาหารเพื่อนผม แต่เขาโกหกว่าเขาไปทำงานที่เมาเลฯ ก็ทะเลาะกันอีก ผมดิ่งมาก ไม่อยากเอาอะไรแล้ว ดิ่งมาก ผมขึ้นมาทำงานที่ปราจีนฯ อีกครั้ง ผมก็ทำไลน์ติดต่อเขาอีก ปลายปีที่แล้วปลายเดือนธ.ค. ผมทำไลน์แล้วส่งไปหาเขา
ผมยังดูติ๊กต๊อกเขาอยู่นะ โดยใช้แอ็กหลุมส่องเขา จนไปเจอสาวหล่อคนนี้ในติ๊กต๊อก ผมก็เอ๊ะ ทำไมสถานที่ในติ๊กต๊อกของสาวหล่อเหมือนแฟนจังเลย ผมไม่ได้ส่องติ๊กต๊อกเขานาน เดือนสองเดือน ใช่เฟซฯ ลูกไปส่องเฟซฯ
เขาก็เจอไอ้นี่กดไลก์ในเฟซฯ สถานที่คล้ายกัน เช่นทางเข้าที่เที่ยว หมวก ผ้าซับเหงื่อ ลงเพลงประมาณเพลงรัก ผมก็เอ้า ทำไมเหมือนกันอีก ผมก็ถามเขาทางไลน์ว่าทอมคนนี้เป็นใคร ทำไมหมวกเหมือนกัน
สถานที่เหมือนกัน เขาบอกแค่เพื่อน ไม่มีอะไร เขาไม่ชอบเพศเดียวกัน ผมพยายามถามตลอด เขาก็บอกว่าแค่เพื่อน ลึกๆ ผมก็ 50-50 ไม่คิดอะไร จนเขามาลงในติ๊กต๊อกอีกครั้ง รูปคล้ายๆ กันนี่แหละ คุยตั้งแต่พ.ย. ถึง ธ.ค. สิ้นปีผมโทรหาเขาทางไลน์ ได้ถามเรื่องสาวหล่อ

ทำไมอยู่ๆ คุณอุดรถึงเจอรูปสาวหล่อ?
อุดร : สาวหล่อมาส่องไปรไฟล์ติ๊กต๊อกผม มันเด้งขึ้นโชว์ มันเลยเป็นเหตุให้ผมเอ๊ะ คนนี้เป็นใคร สถานที่ที่เขาลงใกล้เคียงแฟนเราทุกอย่าง เหมือนมุมเดียวกันเวลาไปเที่ยว เหมือนตลาดเดียวกัน ผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนวันปีใหม่ ผมอยากโทรหาเขา เขาบล็อกผมเลย อยู่ดีๆ บล็อกเลย ผมพยายามติดต่อเขาทางข้อความติ๊กต๊อกติดต่อไปเรื่อย ประมาณ 2-3 วัน อยู่ดีๆ ทอมก็โพสต์รูปผูกข้อไม้ข้อมือขึ้นมาเขียนว่าชาตินี้จะรักเธอคนเดียวจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน

ทนายพัฒน์ : เห็นแค่มือจำได้เหรอว่าเป็นเมีย

อุดร : จำได้ครับ แล้วเขาก็โพสต์ต่ออีก ผมก็ยังไม่กล้าฟันธง ยังถามเขาในติ๊กต๊อก เขาบอกจะไปรู้เหรอมือใคร เขาไม่ยอมรับ บอกว่าเป็นเพื่อนอยู่ แต่ดูแขนซ้ายยังไงก็แขนภรรยาแน่นอน

เขาติดต่อลูกมั้ย?
อุดร : ติดต่อน้องแฝด คนโตอยู่บุรีรัมย์ คนเล็กอยู่อุบลฯ พี่สาวเป็นคนเลี้ยง ตอนนั้นผมอยู่ปราจีนฯ เริ่มทำงานใหม่ ตอนเห็นภาพผูกข้อมือก็เฮิร์ตเหมือนกันผมมั่นใจว่าใช่ แต่เขาปฏิเสธ สาวหล่อคนนั้นพยายามโพสต์เรื่อยๆ เป็นรูปคู่ เสื้อคู่
สายรัดสีดำที่ข้อมือเหมือนกัน ตอนนี้ผมเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมทักข้อความไปหาสาวหล่อคนนั้นเลย สาวหล่อก็ทักกลับมาว่าทักหาทำไม ทักหากูทำไม นี่มันเมียกู ใช้คำนี้เลย ข้อความผมอาจจะยั่วเขาอยู่หรอก ไหนบอกว่าไม่ชอบเพศเดียวกัน แล้วทำไมมายุ่งกับเมียผม ข้อความเขามาเลย

ข้อความแรก เขาบอกช่วยบอกหน่อยจะได้ลงขอโทษ ทำไมต้องขอโทษ?
อุดร : ตอนแรกเขาปฏิเสธ แล้วบอกว่าเอารูปไปลงติ๊กต๊อกก็ผิดแล้ว ผมก็ถามว่าแล้วคุณเป็นอะไรกับผู้หญิง

ถ้าคุณดีพอ แฟนจะทิ้งทำไมเขาตอบมาแบบนั้น?
อุดร : เขาเริ่มแสดงว่าเขารู้แล้ว ผมบอกเขาว่าผมมีทะเบียนสมรสนะ เขาพูดมาว่ามีเงินเท่ามึง จะจ้างทนาย ผู้หญิงเขาไม่เอามึงแล้ว เหมือนเหยียดผม

เขาบอกสมองยังคิดว่าเขาจะเอามึงอีกเหรอ คุณบอกว่าคุณให้ทางเลือกไปแล้วคุณให้ทางเลือกอะไรภรรยา?

อุดร : ผมบอกว่าถ้าเขาอยากเริ่มใหม่ ให้ยกลูกให้ผม ให้สิทธิ์เลี้ยงดูกับผม แล้วผมจะหย่าให้ ตอนแรกผมยอม ต้องการแค่นั้น ผมมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วว่ามันใช่แน่นอน

ทอมบอกถ้าเขาเอามึง เขาจะหนีจากมึงเหรอ มีสมองคิดมั้ย หรือมีแต่หัวตั้งบ่า?
ทนายพัฒน์ : ท้าทายเลย

พี่อุดรบอกขอแค่ลูก เขาบอกลูกไม่ไปอยู่กับมึง พี่อุดรบอกเรื่องลูกไม่ต้องมายุ่ง พี่เป็นพ่อ ทอมบอกมีเงินล้านมั้ย ถ้าไม่มีอย่ามายุ่งกับกูนะ บอกไว้แค่นี้?
อุดร : อันนี้ยังไม่เจ็บพอ มีข้อความที่เจ็บกว่านี้

ล่าสุดโชว์ว่าเมียเยอะ ถ้าเมียมึงก็ต้องอยู่กับมึงสิ นี่เมียกู กูเยxx กันทุกวัน ข้อความนี้หรือเปล่าที่บอกว่าเจ็บ?
อุดร : ใช่ครับ ตอนนั้นผมชา ผมนั่งเล่นอยู่กับน้องหน้าบ้าน นั่งดื่มกัน น้องผู้ชายยังถามว่าพี่ทนได้ไงวะ ทำไมสุภาพจังวะ ผมก็บอกว่าผมก็ไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าผมใจเย็นลง ผมเริ่มชา แต่ข้างในผมอยากกระโดดเตะมันตอนนั้นเลย ถ้าอยู่ใกล้ๆ แต่เราก็ทำได้แค่นั้น มันหยามเรา ทำให้เราเชื่อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่ามันใช่ ผมพูดไม่ออก

ฝั่งนั้นมีเงินเหรอ?
อุดร : ผมเห็นเขาลงภาพทำงานที่เกาหลี ทำค้าขาย น่าจะมีมากกว่าผม เขาถึงเหยียดผมได้ ผมจะเอาอะไรไปสู้เขา ประมาณนี้

มีสิ่งที่รู้สึกอึดอัด อัดอั้น ถือทะเบียนสมรสแต่เขาไม่แคร์ อีกฝ่ายเข้าข่ายข่มขู่มั้ย?


ทนายพัฒน์ : ไม่ถึงการข่มขู่ แต่อาจพูดข่มอีกฝ่ายเท่านั้น บริบทเรื่องการเรียกค่าทดแทน ตั้งแต่การลงภาพ แม้ไม่มีใบหน้าชัดเจน หรือไม่มีใบหน้าคู่กัน คนละอิริยาบถก็ได้ แต่เมื่อสอดคล้องกับพยานหลักฐานอื่น ก็อาจนำมาสู่การฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ แชตต่างๆ ที่พูดเย้ยหยัน เหยียดหยาม ก็เป็นพยานหลักฐานหนึ่งด้วย กฎหมายปัจจุบัน ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายนึง ทำนองชู้ ไม่เปิดเผยก็ผิด ตั้งแต่เดือนม.ค.68 ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ไม่เปิดเผยก็ผิด หรือมีการเปิดเผยทำนองชู้ก็ผิด ตรงนี้ฟ้องได้ อย่างคำว่าเมียมึงก็เมียกู หรือมีอะไรกันทุกวัน มันเป็นการรับ เป็นหลักฐานให้ดำเนินคดีได้ อิริยาบถเวลาดูหลักฐาน ไม่ได้ดูแค่ข้อความเดียว ดูพฤติการณ์ต่างๆ ประกอบกัน ดูแวดล้อม ดูหลักฐาน การชั่งน้ำหนักในคดีแพ่ง ตีเรื่องน้ำหนักเหมือนนักมวยเลย ไม่จำเป็นต้องร้อย ถ้าพฤติการณ์ได้ พยานหลักฐานเสริมเข้ามา ศาลเชื่อว่า ก็ได้ครับ บางคดี จำเลยปฏิเสธตลอด แต่ผู้พิพากษาก็ตัดสินให้ผิด เรื่องรวยกว่าน่าจะพูดข่มกันมากกว่า

คุณอุดรอยากได้สิทธิ์ในการดูแลลูก?
อุดร : อยากได้สิทธิ์ดูแลลูกแฝดของผม ส่วนภรรยาก็แล้วแต่เขา ถ้าเขาจะไป

ในแชตทอมพูดเหมือนลูกก็ไม่ได้อยากอยู่กับทางคุณอุดร?
อุดร : เพราะผมไม่ได้เป็นคนเลี้ยง ป้าเป็นคนเลี้ยง ถ้าผมได้สิทธิ์ผมก็ให้ป้าเลี้ยงก่อน จนผมพร้อมมีทุกอย่างจะไปเอาเขามาอยู่ด้วย แค่ให้เขายกสิทธิ์ให้ผม แค่นั้น

อยู่ในสายกับ “คุณเอ” ภรรยาคุณอุดร มีอะไรจริงไม่จริง?
เอ : หนูขอพูดในมุมของหนูได้มั้ยคะ ก่อนที่ผู้หญิงคนนึงจะเดินออกมาจากชีวิตครอบครัว พี่รู้มั้ยเราเจอปัญหาอะไรมาบ้าง

เจออะไร?
เอ : กินเหล้า โมโหร้าย หนูอยู่บ้านคนเดียวเขาก็ห่างเหิน ไม่เคยอะไรหนูเลย ตอนนี้เขาพูดยังไงหนูก็ผิดอยู่ดี เขาต้องการอะไรจากหนู แค่นั้นแหละ

เขาต้องการสิทธิ์ในการดูแลลูก เรื่องความสัมพันธ์กับ LGBTQเป็นอย่างที่คุณอุดรบอกมั้ย?
เอ : ไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ เราเป็นแค่เพื่อน เพราะเขาไปตามรังควาญทอม หนูเลยให้เขาพิมพ์ไปแบบนั้นเพื่อตัดปัญหา แต่มันก็ไม่ตัด

แสดงว่าข้อความแชตคุณเอบอกให้เขาพิมพ์?
เอ : ใช่ค่ะ ทอมมีครอบครัวอยู่แล้ว เขารู้จักกับหนู เป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันค่ะ

รูปผูกข้อไม้ข้อมือ เป็นมือคุณเอมั้ย?
เอ : ไม่ได้ผูกคบหาอยู่ด้วยกัน เราผูกเหมือนแม่เขารับเป็นลูก เขาสงสารแม่เขารับหนูเป็นลูก ส่วนข้อความหนูก็ให้ทอมพิมพ์เองค่ะ หนูอยากจบกับผู้ชาย แต่เขาไม่ยอมจบ

อยากจบบอกดีๆ ก็ได้ ทำแบบนี้อุดรก็แตกสลายหมดเลย?
เอ : แล้วหนูล่ะคะ ปัญหาก่อนหน้านี้ทำไมเขาไม่เล่า ว่าหนูเดินออกมาเพราะอะไร

อุดร : ก็เล่ามาสิ เพราะอะไร

เอ : ทำไมคุณไม่พูดล่ะ ถึงหนูแก้ตัวยังไง มันก็แก้ตัวไม่ได้อยู่แล้ว พี่ก็พูดเลยในมุมของพี่ คนทั้งโลกก็มองหนูไม่ดีอยู่แล้วตอนนี้

อุดร : เดี๋ยวนะ ย้อนแย้งเปล่า ให้เขาพิมพ์ให้เขาโพสต์แบบนี้ เพื่อนทำไมดีจังเพื่อนแบบไหน

เอ : ถ้าหนูแก้ตัว หรือพูดไป สังคมก็มองว่าหนูอยากได้ผัวเป็นทอม ตอนนี้พี่จะทำอะไร พี่ทำได้ทุกอย่าง คนรู้อยู่แก่ใจมีแค่พี่กับหนู

อุดร : ก็พูดมาสิ ทำไมไม่พูดล่ะ

เอ : เราเคยพูดกันแล้ว แต่มันไม่เคยจบไง

อุดร : พูดตอนไหน

เอ : พูดตลอด เราออกกันมาเป็นปี ไม่ใช่เพิ่งออกมา

อุดร : สูตรนี้อีกแล้ว เป็นปี ห่างเหิน หากินง่าย

ทนายพัฒน์ : เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เอาให้ชัดเลยได้มั้ยว่าปัญหาคืออะไร ที่เราร่วมทางกับพี่อุดรไม่ได้แล้ว ปัญหาคืออะไร

เอ : มีทั้งปัญหาพ่อแม่พี่น้อง ทุกอย่าง ปัญหามีมาตลอดตั้งแต่ใช้ชีวิตร่วมกัน เขากินเหล้าก็มีปากเสียงกันตลอด ก็กลายเป็นปัญหาสะสม จนวันนึงพ่อแม่หนูป่วย เขาอยากให้หนูไปทำงานกับเขา หนูก็ทิ้งพ่อแม่ไม่ได้ หนูเข้าใจพี่เขา เขาอยากให้หนูเลือกเขา แต่จะให้หนูทิ้งพ่อแม่หนูทำไม่ได้

อุดร : เดี๋ยวนะ ตอนผมมาทำงาน ผมส่งเงินให้คุณดูแลพ่อแม่มั้ย

เอ : ส่ง 6 พัน หมื่นนึง หนูต้องรับภาระหนี้สินทุกอย่าง คือหนูหมด ใช่มั้ย

อุดร : 6 พันแค่เดือนเดียวใช่มั้ย นอกนั้นไม่ต่ำกว่าหมื่น

เอ : แต่ละเดือนค่าใช้จ่ายเราเท่าไหร่ ลูกสองคน ค่าใช้จ่ายในครอบครัว

อุดร : ผมไม่ได้ให้คุณเลือก แต่ผมถามว่าคุณจะมามั้ย คุณบอกว่าไม่มา
คุณพิมพ์มาว่าถ้าเจอคนที่ดีกว่าก็ไปได้เลย ไม่ต้องห่วงคุณ
แต่ผมตอบคุณว่าตอนลำบากเราจะทิ้งกันได้ไง คุณจำได้มั้ย

เอ : ใช่

อุดร : ผมเคยทิ้งคุณมั้ยตอนลำบาก ไม่เคย

เอ : คุณก็พูดในมุมของคุณ คุณไม่เคยฟังเหตุผลคนอื่น คุณทำเพื่ออยากได้อะไรก็ตอบมาเลย

อุดร : ผมอยากได้ลูก

เอ : ทำไมไม่ไปยื่นฟ้องศาล

อุดร : ผมก็ยื่นนี่ไง คุณไม่ต้องใช้คำว่าให้เขามาพิมพ์หรอก ถ้าพิมพ์ขู่ผมแบบนี้ เอาเท้ามาเหยียบหน้าผมดีกว่า

เอ : ไม่ใช่ คุณโทรหากี่คน คุณบอกว่าฉันไปทำงานตรงนั้นตรงนี้ มีผัวตรงนั้นตรงนี้

อุดร : มันน่าสงสัยมั้ย ไม่มีคุณก็ตอบว่าไม่มีสิ

เอ : ฉันบอกว่าไม่มีคุณก็ไม่เชื่อ พี่อยากพูดอะไรก็พูดเลย ยังไงสังคมมองหนูไม่ดีอยู่แล้ว แต่คนรู้ดีสุดคือพี่กับหนู รู้ดีทุกอย่าง แล้วตอนพี่โอน พี่พูดมั้ยว่าพี่ขอให้หนูโอนกลับกี่รอบ ถึงพูดไปคนทั้งประเทศก็มองหนูไม่ดีหมดแล้ว

อุดร : ถ้าผมโอนไปหมื่นนึง ผมขอคืนสักพันห้า แล้วเดือนหน้าผมโอนทบให้คืน

เอ : แล้วพี่คิดว่าค่าใช้จ่ายเดือนนึงเท่าไหร่

อุดร : สรุปผมส่งเงินให้คุณใช้ไม่พอใช่มั้ย ตั้งแต่แรกเลยใช่มั้ย

เอ : ไม่ใช่หรอก ปัญหาเรามันเยอะ ค่าใช้จ่ายเรามันเยอ

อุดร : สรุปง่ายๆ ผมส่งเงินให้คุณไม่พอ ตอนตกงานก็ไม่ช่วยอะไรคุณ

เอ : คุณก็เล่าให้หมดสิ เรื่องไม่ดีคุณเล่าให้เขาฟัง

อุดร : คุณก็เล่ามาสิ อุดรก็เล่านะว่าเขากินเหล้า เขาหึงหวง โมโหร้าย เขาก็ยอมรับ

นอกจากปัญหาพ่อแม่พี่น้อง แล้วมีปัญหาอะไร?


เอ : 14 ปีที่อยู่ด้วยกันมา เขาเล่าหมดมั้ย ว่าเขาทำอะไรบ้างจากผู้หญิงคนนึงที่พยายามประคองชีวิตครอบครัวไว้ 14 ปีต้องเดินออกมาเพราะอะไร

คุณเอต้องพูด เพราะบางอย่างเขาอาจไม่ได้พูดว่ามีปัญหาอะไรอีก?
เอ : เรามีปัญหากันมาตลอด

ทนายพัฒน์ : หลักๆ ที่มีปัญหาคือเรื่องรายได้เหรอ

เอ : ไม่ใช่ค่ะ หนูโดนกดดันโน่นนี่นั่นมาตลอด เขาพยายามจะให้หนูทิ้งพ่อทิ้งแม่ทิ้งทุกอย่างไปอยู่กับเขา แต่หนูทำไม่ได้ เหมือนอุดรบอกว่าแต่ก่อนทำโรงงานด้วยกัน แล้วตัดสินใจให้คุณกลับมาอยู่บ้านดูแลลูกและดูแลแม่ตอนแม่ป่วย

ไม่ได้มีเหตุการณ์ไหนที่เป็นสัญญาณจะให้คุณทิ้งพ่อทิ้งแม่เลยนะ?


ทนายพัฒน์ : เขาก็พูดว่าเขาอยากไปทำงานกับเราที่ล้งทุเรียนด้วย

เอ : ไม่ ตอนแรกหนูชวนเขามา เขาบอกว่าทำทุเรียนไม่มีอนาคต

อุดร : ก็ใช่ ผมต้องการทำงานโรงงาน

เอ : ปัญหาเรื่องพ่อ เรื่องลูก หลายๆ อย่าง มีปัญหาส่วนตัว พ่อแม่พี่น้อง และปัญหาลูกด้วย


เลยทำให้เราเดินออกจากผู้ชายคนนี้?
เอ : ใช่ค่ะ

กับทอมยืนยันแค่เพื่อน?
เอ : ใช่ค่ะ

ตอนนั้นรู้สึกยังไง ถึงตัดสินใจบอกให้ทอมพิมพ์?

เอ : ตอนแรกผู้ชายทักไปรังควาญทอมว่าอยู่โน่นอยู่นี่กับหนู หนูก็บอกให้พิมพ์กลับไปเลย ตามที่ทอมเขียนแหละค่ะ จะได้จบ เขาดูถูกหนูว่าไปนอนอม ค. อย่างโน้นอย่างนี้

อุดร : ใช่ เพราะผมโมโห แต่อย่าลืมนะ ผมพิมพ์ส่งโดยตรง ไม่ได้โพสต์สาธารณะ ไม่ได้ทำประชดด้วยการมีใครนี่

เอ : ที่คุณไปโพสต์ถึงเขาล่ะ ทุกอย่างคุณกับฉันรู้อยู่แก่ใจ

อุดร : เอาอีกแล้ว รู้อยู่แก่ใจอยู่นั่นแหละ ไล่มาเลยทีละคน

เอ : เขาพิมพ์มาว่าหนูนี่แหละ

อยู่กับทอมมั้ย?
เอ : ไม่อยู่ค่ะ เขาก็อยู่บ้านของเขาค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ชลบุรี ทำงานโรงงานค่ะ

ยังคุยกับทอมมั้ย?

เอ : บางครั้งก็คุย บางครั้งก็ไม่ได้คุย ไม่ได้คุยกับเขาตลอด

อุดร : มิน่าล่ะ ลงติ๊กต๊อกคิดถึงกันอยู่

อยู่กับใครที่ชลบุรี?
เอ : อยู่คนเดียวค่ะ แต่เขาไม่เคยเชื่อว่าอยู่คนเดียว ถ้าทำงานเหนื่อยไม่รับ ก็บอกว่าหนูนอนกับผู้ชาย

อุดร : ผมไม่ได้ว่าคุณนอนกับผู้ชาย ผมว่าคุณอยู่กับใคร

เอ : คุณพูด แต่หนูไม่มีหลักฐานเท่าคุณ คุณเก็บหลักฐานได้เนียน

ในแชตข้อความ มีหลายข้อความที่ทำให้คุณอุดรบอบช้ำ อย่างเรื่องฟ้อง เงิน 7หลัก เรื่องการข่มเขา คิดอะไรถึงให้ทอมพิมพ์แบบนี้?
เอ : หนูอยากให้มันจบ

อุดร : เธอก็รู้ว่าทำแบบนี้มันไม่จบ

เอ : ฉันไม่มีวันกลับไปหาคุณ ถ้าให้กลับไปหาคุณให้ฉันตายดีกว่า

อุดร : ไม่ต้องกลับแล้ว ผมบอกเลย

เอ : คุณทำขนาดนี้ฉันก็ไม่กลับอยู่แล้ว

อุดร : ถึงผมไม่ทำขนาดนี้คุณก็ไม่กลับอยู่แล้ว

เอ : คุณรู้อยู่แก่ใจ

อุดร : อีกแล้ว

ตอนนี้อุดรอยากจดทะเบียนหย่า?
เอ : หนูเคยไปหย่ากับเขาแล้ว เขาไม่ยอมหย่า

อุดร : ตอนนั้นทำประชด แต่ก็เคลียร์จบไปแล้ว ปี 67 หรือเปล่า ถ้าผมจำไม่ผิด เรื่องหย่าผมคุยกับเขาแล้วว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร ปัญหาคืออะไร ผมถึงทำแบบนั้น ใช่ ตอนนั้นผมใจร้อนวู่วาม ผมไม่อยากหย่ากับเขาจริงๆ ผมแค่ประชด

แต่ตอนนี้อยากหย่าแล้ว?
อุดร : ใช่ครับ ขอเพียงเขายกลูกให้ผม

ให้ได้มั้ย?
เอ : ก็ขึ้นฟ้องศาลไปเลยค่ะ แค่นั้นค่ะ

ในทางกฎหมายต้องฟ้องศาลอย่างเดียว?
ทนายพัฒน์ : เมื่อคุยกันไม่ได้ก็ต้องฟ้องศาล ศาลจะดูพยานหลักฐานทั้งหมดว่าใครเหมาะสม หรือร่วมกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่พยานหลักฐานข้อเท็จจริง แต่ถ้าตกลงกันได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี

ตกลงกันได้มั้ย?
เอ : ถ้าตกลงกันได้คงมาไม่ถึงโหนกระแสหรอกค่ะ

อุดร : เดี๋ยวนะ ไม่ใช่เพราะแชตเหรอ ไม่ใช่เพราะรูปถ่ายในติ๊กต๊อกเหรอ

เอ : หนูก็ไม่รู้กับพี่ แต่โลกโซเชียลทั้งหมดเขามองหนูแบบไหน คุณก็รู้อยู่

อุดร : คุณไปโพสต์รูปคู่ ใส่เพลงรักแบบนี้ จะให้คนคิดว่าไง

เอ : คนทั้งโลกเขาก็มองหนู

อุดร : ไม่ต้องเอาคนทั้งโลก

เอ : พี่พูดเลย หนูไม่ดีอยู่แล้ว

อุดร : เป็นแค่พี่น้อง เวลาลงติ๊กต๊อก ทำไมลงเพลงคิดถึงจัง ลงรูปคู่จัง
ติ๊กต๊อกคุณก็ลง ติ๊กต๊อกเขาก็ลง

เอ : เวลาฉันเศร้า ฉันก็ลงได้ ฉันลงเพลงเศร้าไม่ได้เหรอ

อุดร : ก็ไปเจอที่ศาล ฟ้องชู้

เรื่องลูกฟ้องเอา ไม่คุยแล้ว?
เอ : คุยที่ศาลอย่างเดียวค่ะ

มีรูปที่คุณอุดรเห็นแล้วช้ำ คือรูปนอนอยู่ด้วยกัน คุณเอให้ทอมลงมั้ย?
เอ : รูปไหนคะ ไม่มีนะ

รูปที่ฝ่ายนึงใส่เสื้อสีขาว สีแดง คุณนอนอยู่ข้างๆ ใส่เสื้อสีชมพูข้อมือด้านซ้ายเหมือนมีกำไลสีดำ?
เอ : อันนี้ไม่มีนะคะ

อุดร : แน่ใจหรือเปล่า ดูดีๆ ผมมั่นใจ 99.99 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นภรรยามีรูปนอนตักกันในรถด้วยครับ

ทนายพัฒน์ : ภาพใส่ชุดสีดำเหมือนกัน เป็นเสื้อคู่ นี่คือยังไงครับ

เอ : รูปนอนกับเขาไม่ใช่หนูแน่นอน ส่วนเสื้อสีดำ ใครๆ ก็ใส่ได้เหมือนกันค่ะ

แต่คุณอุดรมั่นใจว่าเป็นคุณ?
เอ : ที่นอนไม่ใช่หนูแน่นอน ยืนยัน เสื้อสีดำใช่

ภาพนอนหนุนตักในรถ ใช่มั้ย?
เอ : ภาพสีดำอันนี้ไม่ใช่เลยค่ะ สีดำนั่งกินเหล้าใช่

อุดร : ดูเส้นผม หน้าผากดีๆ

ยืนยันว่าไม่ใช่ อยู่ในสายกับ “น้องนุช” ลูกสามีเก่า ก่อนมาเจอคุณอุดร


อยากชี้แจงอะไรเพิ่มเติม?
นุช : เรื่องที่บอกว่าทักไปจับผิดแม่ ว่าไปอยู่กับคนนั้นคนนี้ค่ะ เขาทักมาหาตอนหนูไปทำงานที่กรุงเทพฯ ทักหาพี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วก็ทักหาป้า ทักตลอด เวลาแม่โทรมาหาหนู เขาก็จะบอกว่าพ่อเลี้ยงได้โทรหามึงมั้ย ทักมึงมั้ย บอกแม่อยู่กับคนโน้น คนนี้ แต่แม่อยู่คนเดียวตลอด หนูโทรหาแม่ตลอด แล้วที่บอกจะเอาน้องไป เคยคิดความรู้สึกน้องมั้ย น้องจะไปมั้ย น้องจะอยู่ด้วยมั้ย ขนาดลูกคนโตของเขา เขายังอยากอยู่อุบลฯ เลย เขาไม่ได้อยากอยู่บุรีรัมย์เลยเขาสองคนมีปัญหากันตั้งแต่ตากับยายยังไม่เสีย

คุณนุชรับรู้ปัญหามาตลอด?
นุช : ใช่ค่ะ แต่ไม่อยากพูด เพราะเป็นเรื่องพ่อกับแม่

คิดว่าแม่ไม่ได้มีคนอื่น อยู่คนเดียว?
นุช : ค่ะ เพราะแม่ก็โทรหาหนู ถามว่าจะไปอยู่ด้วยมั้ย หนูบอกรอดูหลังสงกรานต์ค่ะ

ในฐานะเป็นพี่คนโตและเป็นลูกของแม่ อยากให้เรื่องนี้จบยังไง?
นุช : แม่ขอไปหลายครั้งแล้วว่าหย่ามั้ย

อุดร : ขอตอนไหน เพิ่งทักมาวันก่อน มันไม่ทันแล้ว ผมให้คุยวันที่ 4 คุณไม่ลงมาเอง

นุช : บอกจะมาหาน้อง ให้ของขวัญน้องแต่ไม่มีสักชิ้น

อุดร : ผมโอนเงินให้ไปแล้วนี่

นุช : เดือนนึงโอนเงิน 2 คน ไม่เกิน 5 พัน

อุดร : อะไรไม่เกิน 5 พัน

อยากให้จบยังไง?
นุช : จบยังไงก็ได้ ที่ไม่เอาน้องหนูไปทรมาน ไม่ต้องเอาน้องหนูไปอยู่ฝั่งโน้นค่ะ

อุดร : คุณหยุดพูดคำว่าทรมาน มันหมิ่นประมาทฝ่ายผมนะ

นุช : ไม่ได้หมิ่นประมาท คุณกินเหล้าทุกวัน ขวดเหล้ายังกองอยู่ที่บ้านอยู่เลย
ยังไม่ได้เก็บเลย กระสอบนึงได้

อุดร : ถ้าเอาอดีตมาพูดก็พูดได้ทั้งปี

นุช : อดีตไม่ถึง 5 เดือนเหรอคะ ก่อนแม่หนูไป เขากินเหล้า ถ้าเขาไม่เมา
แม่หนูคงไม่เป็นแบบนี้หรอก

อุดร : ก่อนแม่หนูจะไป ผมขึ้นมาทำงานแล้ว

นุช : แล้วก็ลงไปอีกใช่มั้ยล่ะ

อุดร : ผมไปทำนาให้คุณมั้ย

นุช : ไม่ใช่ค่ะ คุณตกงาน คุณบอกเขาจ้างคุณออก

อุดร : แล้วผมลงไปทำนามั้ย

นุช : แม่หนูก็โอนเงินมาค่ะ ไม่ได้ให้ทำฟรีๆ นะ

อุดร : โอนให้ใคร โอนให้คุณ ไม่ได้โอนให้ผม

นุช : ต้องจ่ายให้หมดค่ะ ไม่ให้คุณออกสักบาท ค่าอยู่ค่ากินก็ซื้อให้ไม่ได้ให้คุณซื้อนี่

อุดร : ผมออกแรงทำมั้ยล่ะ

นุช : ทำไม่ถึง 5 นาทีก็ขึ้นงี้เหรอ

อุดร : แล้วแต่เขาจะพูดครับ

ไม่อยากให้น้องไปอยู่กับคุณอุดร?
นุช : อยากให้อยู่กับฝั่งหนูค่ะ

คุณเอ สุดท้ายแล้วเรื่องลูกให้ไปฟ้องเอา เขาจะฟ้องชู้?

เอ : ค่ะ ทุกอย่างให้เขาเล่าให้หมดนะคะเรื่องกักขังอะไรที่ทำกับหนูให้เขาเล่าให้หมด

นุช : แม้แต่ตีแม่หนูยังตีเลยค่ะ

อุดร : ตีตอนไหน

นุช : ตีตอนไหนก็รู้อยู่แก่ใจค่ะ ตอนตาไม่ได้เสีย ทะเลาะกับตา แม่หนูไม่เลือกใคร
อยู่ตรงกลาง แม่บอกให้ใจเย็นๆ พอกินเหล้าก็ทะเลาะกับแม่ในห้อง
วันนึงทะเลาะกับตา ให้แม่เลือกเอา จะอยู่กับพ่อแม่หรือจะไปกับเขา

อุดร : เอาประเด็นผมตีแม่คุณก่อน

นุช : ถ้ารู้ว่าจะเกิดแบบนี้ขึ้น ใครจะไม่เก็บหลักฐานไว้ล่ะ ใครจะไปจำได้

คุณเออยากพูดอะไรกับคุณอุดร?
เอ : ไปคุยกันที่ศาลเลยค่ะ เราพูดมานานแล้วมันไม่จบ ให้ไปจบที่ศาล

สรุปต้องไปจบที่ศาล?
ทนายพัฒน์ : ถ้าคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ก็ต้องนำเรื่องไปสู่ศาล เรื่องนี้น่าจะฟ้องกันที่ศาลเยาวชนและครอบครัว ดูว่าเกิดเหตุที่ไหน ก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้ ถ้าอีกฝ่ายเห็นว่าคำฟ้องไม่ถูกต้องก็ชี้แจงได้ การฟ้องหย่า สิทธิ์คุณเอ คือฟ้องหย่า เรียกค่าทดแทนจากภรรยาและบุคคลที่สามได้ มีเรื่องทรัพย์สินหนี้สิน เรื่องค่าเลี้ยงดู และอำนาจการปกครองบุตรด้วย อำนาจปกครองบุตรเนี่ยคนโตอายุ 14 แล้ว อาจต้องฟังเด็กเป็นสำคัญว่าเลือกใคร แต่แฝดอายุ 7 ขวบ ยังเด็กอยู่ อาจต้องฟังประกอบและดูพฤติการณ์ประกอบกัน ซึ่งเด็กอยู่กับคนเลี้ยงมาตั้งแต่แรก อาจต้องทำใจหน่อย แต่เมื่อไปถึงศาล ศาลก็จะให้ไกล่เกลี่ยหาทางออก และทุกฝ่ายควรดูประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญนะครับ

ระยะเวลาค่อนข้างนาน?
ทนายพัฒน์ : ใช่ครับ เร็วสุด 2-3 เดือน ช้าสุดก็ปีนึง ถ้าไปสู่ศาลอุทธรณ์คดีอยู่ปีนึง ศาลฎีกาอีก 3 ปี ถ้าเต็มกรอบกฎหมายก็ 5 ปีได้ ค่อนข้างนานพอสมควร ณ ตอนนี้อาจไม่คุยกัน แต่สุดท้ายไปศาล เนื่องจากเป็นศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลค่อนข้างไกล่เกลี่ยเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เปิดเป็นวงกว้าง ให้ทุกฝ่ายได้รับความบอบช้ำน้อยที่สุด ส่วนฟ้องชู้ก็เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย บุคคลที่สามก็สามารถสู้ได้ เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายเหมือนกันครับ กฎหมายไทยไม่ว่าเพศไหน อาชีพอะไร อายุอะไร ถ้าล่วงเกินบุคคลอื่นในทำนองชู้ หรือแสดงตนเปิดเผยในทำนองชู้ กับบุคคลที่เขามีทะเบียนสมรส อาจโดนฟ้องได้หมดนะครับ อีกอย่างที่เห็น เวลาประชดประชันกัน มีการลงภาพ ข้อความ การแสดงออกอะไรก็แล้วแต่ ท่านอาจคิดว่าทำได้ แต่นักกฎหมายมองอาจมองไมเหมือนกัน อาจมองแล้วไม่เข้าข้างท่าน การลงภาพมือคู่กัน มีการผูกข้อไม้ข้อมือ ท่านอาจมองงว่าทำได้ทำสนุก แต่คนนอกมองไม่เหมือนท่าน เวลาศาลตัดสินคดี ศาลเอาวิญญูชนคนทั่วไปเข้ามาตัดสิน ไม่ได้เอาความคิดของท่านสองคนเลยก็ฝากให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตในสังคมครับ

 









ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net