ชายชราป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ใช้เรี่ยวแรงที่เหลือจับปากกาเซ็นต์เอกสารมอบอำนาจ เบิกเงินหมื่นให้ลูกสาวไปรับเงินแทน แต่กลับเศร้าเพราะลายเซ็นไม่ตรงกัน จึงไม่สามารถถอนเงินได้ วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ ขอจับเงินหมื่นสักครั้งในชีวิต ก่อนสิ้นลมหายใจ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านภายในบ้านเพียนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ซึ่งได้สิทธิรับเงิน จำนวน 10,000 บาท ตามโครงการของรัฐบาล แต่ไม่สามารถเดินทางไปเบิกเงินได้ เนื่องจากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ประกอบอาการป่วยที่รุนแรง จึงได้เซ็นใบมอบอำนาจให้ลูกสาวไปเบิกเงินแทน แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ลายเซ็นไม่ตรงกัน จึงไม่สามารถเบิกถอนเงินออกมาได้
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 2 บ้านเพียนาม หมู่ที่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นบ้านของนายเฉลิมชัย ใบเขียว อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน ปัจจุบันป่วยเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย สภาพร่างกายผอมโซ นอนติดเตียง ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะพูดคุยกับใคร มีนางเสาร์ ใบเขียว อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นภรรยา มีอาการพิการทางหู และนางสาวอุไรวรรณ ใบเขียว อายุ 36 ปี ลูกสาว เป็นผู้คอยดูแลนายเฉลิมชัย อยู่ไม่ห่าง โดยนางสาวอุไรวรรณ ได้แสดงเอกสารของนายเฉลิมชัย ผู้เป็นพ่อว่ามีสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเงิน จำนวน 10,000 บาท ตามโครงการของรัฐบาล และแสดงเอกสารเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวนหลายใบ ซึ่งมีลายเซ็นมอบอำนาจของนายเฉลิมชัย ชัดเจน แต่กลับไม่สามารถเบิกถอนเงินออกมาได้ สาเหตุเพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ลายเซ็นของผู้มอบอำนาจไม่ตรงกับลายเซ็นต์ในปัจจุบัน

นางสาวอุไรวรรณ ลูกสาวของนายเฉลิมชัย กล่าวว่า พ่อของตนมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังมาเป็นระยะกว่า 1 ปี ในช่วงที่พ่อของตนสุขภาพแข็งแรงก็เป็นกำลังหลักอีกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้ ที่ช่วยกันดูแลครอบครัว ซึ่งปกติการหารายได้ของพ่อ คือการร้อยดอกไม้ และพวงมาลัยขาย โดยช่วยกันทำที่บ้านและนำไปขายที่ตลาดสด ทำให้พอมีรายได้ในการดูแลครอบครัว แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน พ่อของตนตรวจพบว่า ป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย และทางแพทย์แจ้งว่า จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
นางสาวอุไรวรรณ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่พ่อของตนยังไม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนที่รัฐบาลมีโครงการที่จะแจกเงิน จำนวน 10,000 บาท ให้กับประชาชน พ่อของตนก็มักจะถามเสมอ ว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะแจกเงินสักที จนกระทั่งวันที่ 27 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา เงิน 10,000 บาท ตามโครงการของรัฐบาลได้เข้าบัญชีพ่อของตนแล้ว แต่กลับต้องมาประสบเรื่องร้ายเพราะพ่อของตนได้ล้มป่วยแล้ว ไม่สามารถเดินทางไปถอนเงินสดออกมาได้ สาเหตุด้วยสุขภาพร่างกายไม่เอื้อต่อการเดินทาง เรี่ยวแรงกำลังที่พอมีอยู่ พ่อของตนจึงจับปากกาและเขียนลงชื่อในใบมอบอำนาจให้กับตนในฐานะลูกสาว เป็นผู้ใปเบิกถอนเงินสดแทน แต่ปรากฏว่า เมื่อไปติดต่อทำเรื่องขอรับเงินกับทางธนาคาร ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งกับตนว่า ไม่สามารถเบิกถอนเงินได้ เนื่องจากลายเซ็นต์เจ้าของบัญชีไม่ตรงกัน และให้ตนนำเอาเอกสารมาให้พ่อ เซ็นต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ในตอนนี้ แม้กระทั่งการพูดคุย เรี่ยวแรงในการนั่ง การเดิน พ่อของตนก็แทบไม่เหลือแล้ว ปัจจุบัน มีเพียงแต่นอน ตนผู้เป็นลูกสาวก็ดูแลตามความสามารถ ส่วนในเรื่องเงิน 10,000 บาท ที่รัฐบาลแจกให้นั้น ตนก็ไม่ทราบว่า จะดำเนินการต่ออย่างไรในเรื่องนี้

นางสาวอุไรวรรณ กล่าวอีกว่า บางครั้งตนเคยคิดจะชวนญาติพี่น้อง ช่วยกันอุ้มพ่อ ไปเซ็นต์เอกสารที่ธนาคารต่อหน้าเจ้าที่ เพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้ากระทำเช่นนั้น ก็ห่วงว่าพ่อของตน จะทนไม่ไหว และเกิดช็อคหมดลมหายใจไปเสียก่อน โดยในอดีตที่ผ่านมา ที่พ่อของตนร้อยดอกไม้ พวงมาลัยขาย เพื่อหาเลี้ยงชีพ มีรายได้หลักร้อย หลักพันบ้างแล้วแต่ช่วงชีวิต ซึ่งเงิน จำนวน 10,000 บาท ที่รัฐบาลแจกให้ จะเป็นครั้งแรกสำหรับพ่อที่มีโอกาสได้จับเงินหมื่น ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ และตนหวังว่าจะนำเงินที่ได้มานี้ ใช้ให้คุ้มค่าที่สุดในการดูแลพ่อของตน จนช่วงสุดท้ายของชีวิตก่อนที่พ่อตนจะหมดลมหายใจ และตนขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือตนในเรื่องนี้
ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิกนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
